หน้าแรก · ความรู้เรื่องการกันซึม · ปูทับระบบเดิมได้ไหม
ปูทับระบบกันซึมเดิมได้ไหม หรือต้องรื้อออกให้หมด
คำตอบส่วนใหญ่คือปูทับได้ และประหยัดกว่ามาก แต่ต้องผ่านการทดสอบก่อน ไม่ใช่ตัดสินด้วยสายตา บทความนี้บอกว่าต้องทดสอบอะไร เกณฑ์เท่าไหร่ และกรณีไหนที่ต้องรื้อจริง ๆ
คำตอบสั้น
ปูทับระบบเดิมได้ในหลายกรณี แต่ต้องผ่านการตรวจสามอย่างก่อน คือแรงยึดเกาะของชั้นเดิมกับพื้น ความชื้นที่ค้างอยู่ใต้ชั้นเดิม และชนิดวัสดุเดิมว่าเข้ากับระบบใหม่ได้หรือไม่
ต้องรื้อเมื่อชั้นเดิมล่อนหรือพองเป็นบริเวณกว้าง มีน้ำค้างใต้ชั้นเดิม หรือเป็นวัสดุที่ระบบใหม่ยึดไม่ได้ การปูทับโดยไม่ตรวจคือสาเหตุอันดับต้นของงานที่ล่อนออกมาทั้งแผ่นในปีแรก
ในบทความนี้
ทำไมการปูทับถึงคุ้มกว่าถ้าทำได้
การรื้อระบบเดิมออกไม่ได้มีแค่ค่าแรงรื้อ แต่มีต้นทุนที่ตามมาอีกหลายอย่างซึ่งมักไม่อยู่ในใบเสนอราคา
- ค่าขนและกำจัดขยะก่อสร้าง ซึ่งสำหรับดาดฟ้าขนาดใหญ่เป็นตัวเลขที่มีนัยสำคัญ
- ระยะเวลาที่อาคารเปิดโล่ง ซึ่งเป็นความเสี่ยงโดยตรงถ้าฝนตกระหว่างงาน
- ความเสี่ยงที่จะทำให้พื้นโครงสร้างเสียหายระหว่างสกัดรื้อ
- เวลาที่ต้องปิดพื้นที่ใช้งานนานขึ้น
- ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากปริมาณขยะที่เกิดขึ้น
ถ้าระบบเดิมยังยึดเกาะกับพื้นโครงสร้างได้ดี มันยังทำหน้าที่เป็นชั้นรองรับที่ใช้ได้อยู่ การรื้อทิ้งทั้งที่ยังใช้ได้จึงเป็นการจ่ายเงินเพื่อทำลายสิ่งที่ยังมีประโยชน์
แต่คำว่าถ้ายังยึดเกาะได้ดี ต้องพิสูจน์ด้วยการวัด ไม่ใช่การมองหรือการเดินเหยียบดู เพราะระบบที่ล่อนอยู่ใต้ผิวมองไม่เห็นจากด้านบน
4 อย่างที่ต้องทดสอบก่อนตัดสินใจ
- แรงยึดเกาะของพื้นผิวเดิมใช้เครื่องดึงทดสอบหน้างาน วัดว่าผิวเดิมยึดกับสิ่งที่อยู่ข้างใต้ได้แรงเท่าไหร่ ถ้าไม่ผ่านเกณฑ์ ระบบใหม่ที่ลงทับจะหลุดไปพร้อมกับของเดิม
- โพรงใต้ผิวและการล่อนเคาะด้วยค้อนยางหรือลากโซ่เหล็กสำหรับพื้นที่กว้าง ฟังเสียง จุดที่กลวงคือจุดที่ระบบเดิมล่อนแล้วและต้องรื้อเฉพาะบริเวณนั้น
- ความชื้นในพื้นผิวและใต้ระบบเดิมวัดด้วยเครื่องวัดความชื้น จุดวิกฤตอาจต้องใช้วิธีที่แม่นยำกว่า ถ้ามีน้ำขังอยู่ใต้ระบบเดิม การปิดทับจะขังน้ำไว้ข้างในและทำให้พองล่อนภายหลัง
- ความเข้ากันได้ของวัสดุระบบใหม่กับผิวเดิมต้องเข้ากันได้ทางเคมี บางคู่ทำปฏิกิริยากันหรือทำให้ผิวเดิมอ่อนตัว ต้องทดสอบแปลงทดลองก่อนในกรณีที่ไม่แน่ใจ
ข้อที่สามเป็นข้อที่ถูกข้ามบ่อยที่สุด และเป็นเหตุผลว่าทำไมงานที่ดูเรียบร้อยตอนส่งมอบถึงพองเป็นถุงลมในฤดูร้อนถัดมา
เกณฑ์แรงยึดเกาะที่ต้องผ่าน
ตัวเลขเหล่านี้เป็นเกณฑ์ตามคู่มือการติดตั้งของระบบที่เราใช้ ระบบอื่นอาจกำหนดต่างออกไป แต่หลักการเหมือนกันคือต้องวัดจริงและบันทึกไว้
| พื้นผิว | ค่าเฉลี่ยต้องไม่ต่ำกว่า | ค่าเดี่ยวต้องไม่ต่ำกว่า |
|---|---|---|
| คอนกรีต | 1.5 N/mm² | 1.0 N/mm² |
| ปูนทรายปรับระดับ | 1.0 N/mm² | 0.7 N/mm² |
| ยางมะตอย | 0.8 N/mm² | 0.5 N/mm² |
เหตุผลที่ต้องดูทั้งค่าเฉลี่ยและค่าเดี่ยว เพราะพื้นที่หนึ่งอาจมีค่าเฉลี่ยผ่านแต่มีจุดอ่อนกระจายอยู่ ถ้ามีจุดที่ต่ำกว่าเกณฑ์ค่าเดี่ยว บริเวณนั้นคือจุดที่ระบบจะเริ่มล่อนก่อนที่อื่น
จำนวนจุดทดสอบควรกระจายให้ทั่วพื้นที่และครอบคลุมบริเวณที่สภาพต่างกัน เช่น จุดที่เคยมีน้ำขัง จุดที่โดนแดดจัด และจุดที่อยู่ในร่ม ไม่ใช่ทดสอบสามจุดในมุมเดียวกันแล้วสรุปทั้งดาดฟ้า
พื้นผิวเดิมแต่ละชนิด ปูทับได้หรือไม่
| พื้นผิวเดิม | โดยทั่วไป | สิ่งที่ต้องระวัง |
|---|---|---|
| คอนกรีตเปลือย | ปูทับได้ | ต้องบ่มครบ 28 วันถ้าเป็นคอนกรีตใหม่ และต้องขัดเปิดหน้าก่อน |
| แผ่นบิทูเมนเชื่อมร้อน | ปูทับได้ | ตรวจแนวทับซ้อนที่เปิดอ้าและจุดที่พองเป็นถุง ต้องแก้ก่อน |
| ยางมะตอยทา | ปูทับได้ | เกณฑ์แรงยึดเกาะต่ำกว่าคอนกรีต และต้องตรวจว่าผิวไม่อ่อนตัวเมื่อร้อน |
| แผ่นสังเคราะห์ชนิดต่าง ๆ | มักปูทับได้ | ต้องตรวจความเข้ากันได้ของวัสดุก่อน บางชนิดต้องใช้ไพรเมอร์เฉพาะ |
| โลหะและเมทัลชีท | ปูทับได้ | ต้องขจัดสนิมให้หมดก่อน และเปลี่ยนสกรูที่เสียหาย |
| กระเบื้องปูพื้น | ขึ้นกับสภาพ | ถ้ากดแล้วมีเสียงกลวงหรือล่อนเป็นแผ่น ต้องรื้อ ถ้ายึดแน่นดีอาจปูทับได้หลังเตรียมผิว |
| สีหรือผิวเคลือบเดิม | ขึ้นกับสภาพ | สีที่ล่อนหรือเป็นผงต้องขจัดออก เพราะระบบใหม่จะยึดกับชั้นที่หลุดง่ายอยู่แล้ว |
5 กรณีที่ต้องรื้อ ไม่มีทางเลือกอื่น
ห้ากรณีนี้การปูทับจะทำให้ปัญหาแย่ลง ไม่ใช่ดีขึ้น ผู้รับเหมาที่บอกว่าปูทับได้ทุกกรณีคือคนที่ควรระวัง
- ระบบเดิมล่อนหรือพองเป็นบริเวณกว้าง การปิดทับสิ่งที่ไม่ยึดกับอะไรเลย ทำให้ระบบใหม่ล่อนไปพร้อมกัน
- มีน้ำขังอยู่ใต้ระบบเดิม การปิดทับคือการขังน้ำไว้ข้างใน ซึ่งจะดันฟิล์มพองเมื่อโดนแดดและทำให้โครงสร้างชื้นต่อไป
- ความชื้นในพื้นผิวสูงเกินเกณฑ์และลดไม่ได้ ต้องแก้ต้นเหตุความชื้นก่อน หรือเปลี่ยนไปใช้ระบบที่ออกแบบมาให้ลงบนผิวชื้นได้และยอมให้ไอน้ำระบายออก
- ผิวเดิมเป็นผงหรือยุ่ยเมื่อขูด ไม่มีความแข็งแรงพอที่จะรับระบบใหม่ ต้องขจัดออกจนถึงเนื้อที่แข็งจริง
- ระดับพื้นสูงจนกระทบการใช้งาน เช่น ระเบียงที่ปูทับหลายชั้นแล้วจนใกล้ชนวงกบ หรือดาดฟ้าที่ระดับสูงจนน้ำไหลย้อนเข้าอาคาร กรณีนี้ต้องรื้อเพื่อคืนระดับ
รื้อบางส่วน ทางสายกลางที่ใช้ได้จริง
ในทางปฏิบัติ หน้างานส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นขาวหรือดำ แต่มีบางส่วนที่ยังดีและบางส่วนที่เสีย วิธีที่ประหยัดที่สุดคือรื้อเฉพาะส่วนที่ไม่ผ่านเกณฑ์แล้วปูทับส่วนที่เหลือ
ขั้นตอนคือทำแผนที่พื้นที่ ระบุจุดที่เคาะแล้วกลวงและจุดที่แรงยึดเกาะไม่ผ่าน แล้วกำหนดขอบเขตการรื้อเป็นบริเวณ ไม่ใช่รื้อทั้งดาดฟ้าเพราะเจอปัญหาสองสามจุด
สิ่งที่ต้องระวังในการรื้อบางส่วนคือรอยต่อระหว่างส่วนที่รื้อกับส่วนที่ไม่รื้อ ซึ่งจะกลายเป็นจุดที่มีความหนาต่างกัน ต้องปรับระดับให้เรียบต่อเนื่องและเก็บรอยต่อนั้นให้ดี เพราะมันคือจุดอ่อนใหม่ที่เพิ่งสร้างขึ้นมา
รายการตรวจที่ควรขอจากผู้รับเหมา
ก่อนเซ็นสัญญา ควรขอสิ่งเหล่านี้เป็นเอกสาร เพราะเป็นสิ่งที่ตัดสินว่าข้อเสนอปูทับนั้นอยู่บนข้อมูลหรืออยู่บนการเดา
- ผลทดสอบแรงยึดเกาะพร้อมตำแหน่งจุดทดสอบระบุค่าที่วัดได้แต่ละจุดและตำแหน่งบนแปลน ไม่ใช่บอกแค่ว่าผ่าน
- แผนที่จุดที่ต้องรื้อระบุขอบเขตและพื้นที่โดยประมาณ ซึ่งจะเป็นฐานของราคาส่วนงานรื้อด้วย
- ผลวัดความชื้นระบุวิธีที่ใช้วัดและค่าที่ได้แต่ละจุด
- ชนิดไพรเมอร์ที่จะใช้กับแต่ละพื้นผิวเพราะพื้นผิวต่างชนิดใช้ไพรเมอร์ต่างกัน การใช้ตัวเดียวทั้งดาดฟ้าที่มีหลายพื้นผิวเป็นสัญญาณเตือน
- เงื่อนไขที่จะทำให้ขอบเขตงานเปลี่ยนระบุไว้ล่วงหน้าว่าถ้าเปิดหน้างานแล้วเจออะไร จะปรับราคาอย่างไร ป้องกันการเรียกเพิ่มกลางคัน
สรุปสั้นที่สุด ปูทับได้ในกรณีส่วนใหญ่และควรปูทับถ้าผ่านเกณฑ์ เพราะประหยัดกว่าและเสี่ยงน้อยกว่า แต่คำว่าผ่านเกณฑ์ต้องมาจากการวัด ไม่ใช่จากคำพูด
ค่าเกณฑ์ที่ระบุอ้างอิงคู่มือการติดตั้งของระบบที่เราใช้ ระบบและผู้ผลิตอื่นอาจกำหนดเกณฑ์ต่างออกไป ควรตรวจสอบกับเอกสารของระบบที่จะใช้จริงเสมอ
อยากรู้ว่าดาดฟ้าของคุณปูทับได้หรือต้องรื้อ
เราเข้าทดสอบแรงยึดเกาะและความชื้นหน้างาน แล้วทำแผนที่จุดที่ต้องรื้อให้ชัดก่อนเสนอราคา คุณจึงเห็นว่าเงินไปอยู่ตรงไหน ตรวจหน้างานไม่คิดค่าใช้จ่าย