หน้าแรก · ปัญหาที่แก้ได้ · รอยต่ออาคารและส่วนต่อเติม
อุดรอยต่อกี่ครั้งก็แตกซ้ำที่เดิม
เพราะรอยต่อเป็นจุดที่โครงสร้างต้องขยับได้ การอุดให้แข็งจึงเป็นการฝืนธรรมชาติของอาคาร วิธีที่ถูกคือใช้ระบบที่ยืดหยุ่นตามการเคลื่อนตัว ไม่ใช่วัสดุที่พยายามยึดสองฝั่งไว้ด้วยกัน
สรุปสั้น ๆ สำหรับคนที่รีบ
รอยต่อระหว่างอาคารเดิมกับส่วนต่อเติมแยกตัวเพราะฐานรากคนละระบบ อาคารเดิมมักลงเสาเข็มยาวถึงชั้นดินแข็ง ส่วนต่อเติมมักลงเข็มสั้นหรือไม่ลงเลย ทั้งสองส่วนจึงทรุดตัวไม่เท่ากันบนดินเหนียวอ่อนของกรุงเทพ และรอยแยกจะกว้างขึ้นทุกปีตราบใดที่การทรุดยังไม่หยุด
การอุดด้วยปูน ซีเมนต์กันซึม หรือโฟม จึงแตกซ้ำเสมอ เพราะวัสดุแข็งรับการเคลื่อนตัวไม่ได้ วิธีที่ถูกคือใช้ระบบกันซึมรอยต่อที่ออกแบบมาให้ยืดหดตามการขยับ และครอบคลุมความกว้างพอที่จะรับระยะเคลื่อนตัวที่คำนวณไว้
อาการที่บอกว่าเป็นปัญหารอยต่อ ไม่ใช่รอยร้าวธรรมดา
ข้อสังเกตสำคัญคือรอยแยกที่กว้างขึ้นตามเวลา และตำแหน่งที่อยู่ตรงแนวเชื่อมระหว่างโครงสร้างสองส่วน ถ้ารอยร้าวอยู่กลางผนังและไม่ขยาย มักเป็นการหดตัวของปูนฉาบซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน
- รอยแยกตามแนวเชื่อมอาคารเดิมกับส่วนต่อเติม กว้างขึ้นทุกปี
- น้ำไหลเข้าตามแนวรอยต่อเวลาฝนตก
- รอยร้าวเฉียงที่มุมประตูและหน้าต่างใกล้แนวรอยต่อ
- พื้นสองฝั่งไม่เสมอกัน มีขั้นให้สะดุด
- ประตูหรือหน้าต่างเริ่มปิดไม่สนิท บิดตัว
- คราบเกลือขาวเกาะตามแนวรอยต่อคอนกรีต
- น้ำซึมตามแนวรอยต่อผนังในชั้นจอดรถใต้ดิน
- อุดรอยต่อไปแล้วแตกซ้ำที่แนวเดิมภายในหนึ่งถึงสองปี
ถ้าประตูเริ่มปิดไม่สนิทหรือพื้นเอียงชัดเจน แปลว่าการทรุดตัวยังดำเนินอยู่และมีระยะมากพอสมควร กรณีนี้ควรให้วิศวกรโครงสร้างประเมินความปลอดภัยควบคู่ไปกับการแก้เรื่องน้ำ เราจะแจ้งตรง ๆ ถ้าพบสภาพแบบนี้หน้างาน
ทำไมรอยต่อถึงรั่ว และรั่วซ้ำ
รอยต่อไม่ใช่ความบกพร่องของอาคาร แต่เป็นสิ่งที่ออกแบบมาให้มี เพื่อให้โครงสร้างขยับได้โดยไม่แตกทั่วทั้งอาคาร ปัญหาเกิดเมื่อรอยต่อไม่มีระบบกันน้ำที่รับการขยับนั้นได้
การทรุดตัวต่างระดับ
กรุงเทพตั้งอยู่บนชั้นดินเหนียวอ่อนหนาประมาณ 15 ถึง 20 เมตร เมื่ออาคารเดิมกับส่วนต่อเติมใช้ฐานรากคนละระบบ ทั้งสองส่วนจะทรุดในอัตราต่างกัน และรอยแยกจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
รอยต่อเผื่อขยาย
อาคารยาวต้องมีรอยต่อเผื่อการยืดหดจากอุณหภูมิ ผิวอาคารในไทยร้อนจัดตอนกลางวันและเย็นลงตอนกลางคืนทุกวัน รอยต่อจึงขยับกลับไปกลับมาตลอดอายุอาคาร
รอยต่อการเทคอนกรีต
จุดที่หยุดเทคอนกรีตแล้วเทต่อวันถัดไป ถ้าไม่มีวอเตอร์สต็อปฝังไว้หรือทำความสะอาดผิวไม่ดีพอ จะกลายเป็นแนวรอยต่อที่น้ำเดินได้ตลอดความยาว
วอเตอร์สต็อปเดิมเสียหาย
วอเตอร์สต็อปที่ฝังในเนื้อคอนกรีตซ่อมไม่ได้ ถ้าวางผิดตำแหน่ง เลื่อนระหว่างเทคอนกรีต หรือฉีกขาด จะไม่มีใครรู้จนกว่าน้ำจะรั่วออกมา และแก้ที่ตัวมันไม่ได้อีกแล้ว
อุดด้วยวัสดุแข็ง
ปูนทราย ซีเมนต์กันซึม และปูนไม่หดตัว เป็นวัสดุที่ไม่ยืดหยุ่น เมื่อรอยต่อขยับอีกครั้งวัสดุจะแตกที่ขอบสัมผัส เปิดทางน้ำใหม่ทันที
แถบกันซึมกว้างไม่พอ
แม้ใช้วัสดุยืดหยุ่น ถ้าแถบกันซึมแคบเกินระยะเคลื่อนตัวจริง วัสดุจะถูกยืดเกินขีดจำกัดแล้วฉีกขาด ความกว้างของแถบจึงต้องคำนวณจากระยะขยับที่วัดได้
images/joint-leak-points.jpg
ทำไมวิธีที่เคยลองมาถึงไม่ได้ผล
ทุกวิธีในตารางมีสมมติฐานร่วมกันข้อหนึ่งที่ผิด คือคิดว่ารอยต่อคือรอยเสียที่ต้องปิดให้แน่น ทั้งที่มันคือจุดที่ต้องยอมให้ขยับ
| วิธีที่นิยมทำกัน | อยู่ได้ประมาณ | ทำไมถึงแตกซ้ำ |
|---|---|---|
| อุดปูนทรายหรือปูนไม่หดตัว | ไม่กี่เดือนถึง 1 ปี | วัสดุแข็งรับการเคลื่อนตัวไม่ได้ แตกที่ขอบสัมผัสทันทีที่อาคารขยับรอบถัดไป |
| ยิงซิลิโคนหรือโพลียูรีเทนซีลแลนต์ | 1–3 ปี | ยืดหยุ่นแต่บาง เสื่อมจากรังสี UV และหลุดจากขอบเมื่อผิวคอนกรีตไม่ได้เตรียมให้ดีพอ |
| ฉาบปิดทับให้มองไม่เห็น | ไม่แก้ปัญหา | ซ่อนรอยไว้ชั่วคราว น้ำยังเข้าเหมือนเดิมและกลับมาโผล่เป็นคราบที่จุดอื่นแทน |
| อัดฉีดโฟมโพลียูรีเทน | ขึ้นกับกรณี | หยุดน้ำได้ชั่วคราวในบางกรณี แต่ไม่ได้แก้ที่ระบบกันซึมของรอยต่อ และการทรุดรอบถัดไปจะเปิดทางใหม่ |
| ติดแผ่นปิดรอยต่อโลหะ | ขึ้นกับงานเก็บขอบ | ตัวแผ่นไม่ใช่ชั้นกันน้ำ น้ำเข้าตามรูสกรูที่ยึดแผ่นและตามขอบที่ซีลไม่สนิท |
ข้อสำคัญที่คนมักไม่ทราบคือ วอเตอร์สต็อปที่ฝังอยู่ในเนื้อคอนกรีตซ่อมไม่ได้เลย ถ้ามันเสียหาย ทางแก้เดียวคือทำระบบกันซึมที่ผิวหน้าของรอยต่อขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นที่มาของระบบที่เราใช้
วิธีที่เราแก้รอยต่ออาคาร
หัวใจคือวัดระยะเคลื่อนตัวจริงก่อน แล้วออกแบบความกว้างของแถบกันซึมให้รับระยะนั้นได้ ไม่ใช่ใช้ความกว้างมาตรฐานเดียวกันทุกงาน
สำรวจและประเมินการเคลื่อนตัว
ตรวจว่าเป็นรอยต่อประเภทใด ระหว่างรอยต่อเผื่อขยาย รอยต่อการทรุดตัว หรือรอยต่อการเทคอนกรีต วัดความกว้างปัจจุบัน ตรวจร่องรอยการขยับที่ผ่านมา และประเมินว่าการทรุดยังดำเนินอยู่หรือหยุดแล้ว
เปิดร่องและเตรียมผิวสองฝั่ง
ขจัดวัสดุอุดเดิมที่แตกออกให้หมด ทำความสะอาดผิวคอนกรีตทั้งสองฝั่งจนถึงเนื้อแข็ง และทดสอบแรงยึดเกาะ เพราะแถบกันซึมจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อยึดกับคอนกรีตสองฝั่งได้จริง
กำหนดความกว้างแถบตามระยะขยับ
คำนวณความกว้างของแถบกันซึมจากระยะเคลื่อนตัวที่ประเมินไว้ ให้วัสดุมีเนื้อเหลือพอที่จะยืดและหดได้โดยไม่ถูกดึงจนฉีก ขั้นตอนนี้คือความต่างระหว่างงานที่อยู่ยาวกับงานที่แตกซ้ำ
ติดตั้งระบบกันซึมรอยต่อ
ใช้ Triflex JWS ซึ่งเป็นระบบที่พัฒนามาสำหรับรอยต่อคอนกรีตกักน้ำโดยเฉพาะ ประกอบด้วยเรซินและแถบเสริมแรงที่ยึดกับคอนกรีตทั้งสองฝั่ง แต่ยังปล่อยให้ช่วงกลางขยับได้อิสระ
เชื่อมต่อกับงานกันซึมรอบข้างและทดสอบ
ต่อเนื่องระบบรอยต่อเข้ากับงานกันซึมพื้นหรือผนังโดยรอบด้วยวัสดุตระกูลเดียวกัน ไม่ให้เกิดรอยต่อระหว่างวัสดุต่างชนิดขึ้นมาใหม่ แล้วทดสอบตามเงื่อนไขที่ตกลง
| สถานการณ์หน้างาน | ระบบที่เราเลือกใช้ | เหตุผล |
|---|---|---|
| รอยต่ออาคารเดิมกับส่วนต่อเติม | Triflex JWS | ออกแบบมาสำหรับรอยต่อที่ต้องรับการเคลื่อนตัว ยึดสองฝั่งแต่ปล่อยช่วงกลางให้ขยับได้ |
| รอยต่อโครงสร้างที่เข้าถึงด้านสัมผัสน้ำได้ เช่น พื้นพอเดียม ถังน้ำ ผนังที่เปิดได้ | Triflex JWS | ทดสอบแรงดันน้ำถึง 1.5 ถึง 2.0 บาร์ ติดตั้งบนด้านที่น้ำมาซึ่งเป็นด้านที่ระบบทำงานได้เต็มที่ |
| รอยต่อบนแนวตั้งและผนังสูง | Triflex JWS + ProDetail | ติดตั้งบนแนวตั้งได้โดยวัสดุไม่ไหลตัว |
| รอยแตกที่ไม่ใช่รอยต่อ เช่น รอยร้าวโครงสร้าง | ProDetail | ปิดรอยแตกที่ขยับตัวได้ ผ่านการทดสอบความสามารถปิดรอยแตกที่อุณหภูมิต่ำถึง −30 องศา |
| ต่อเนื่องเข้ากับพื้นหรือดาดฟ้าโดยรอบ | ProTect | วัสดุตระกูลเดียวกัน เชื่อมเป็นเนื้อเดียวกับงานรอยต่อ |
ข้อได้เปรียบสำคัญของระบบผิวหน้าคือซ่อมและต่อเติมภายหลังได้ ต่างจากวอเตอร์สต็อปที่ฝังถาวรอยู่ในเนื้อคอนกรีตและแก้ไขไม่ได้เมื่อเสียหาย
ราคาขึ้นกับอะไรบ้าง
งานรอยต่อคิดตามความยาวของแนวเป็นหลัก แต่ตัวแปรที่ทำให้ราคาต่างกันมากคือสภาพของสองฝั่งรอยต่อ และความยากในการเข้าถึงแนวนั้น
สิ่งที่ทำให้ราคาสูงขึ้น
- ต้องสกัดวัสดุอุดเดิมออกตลอดแนว
- คอนกรีตสองฝั่งผุ ต้องซ่อมก่อนติดตั้ง
- ระยะเคลื่อนตัวมาก ต้องใช้แถบกว้างเป็นพิเศษ
- แนวรอยต่ออยู่ที่ผนังสูงหรือในที่อับ
- ต้องขุดเปิดด้านนอกเพื่อเข้าถึงด้านที่น้ำมา
- มีน้ำไหลตลอดเวลา ต้องหยุดน้ำก่อน
สิ่งที่ทำให้ราคาถูกลง
- แนวรอยต่อยาวต่อเนื่อง ทำครั้งเดียวจบ
- คอนกรีตสองฝั่งยังแข็งแรงดี
- เข้าถึงสะดวก ทำงานได้ต่อเนื่อง
- รวมกับงานกันซึมพื้นหรือดาดฟ้าในสัญญาเดียว
- ทำในช่วงก่อสร้างก่อนปิดผิวตกแต่ง
งานรอยต่อเป็นงานที่คุ้มที่สุดเมื่อทำพร้อมกับงานกันซึมพื้นหรือดาดฟ้า เพราะใช้วัสดุตระกูลเดียวกัน ทีมเดียวกัน และเชื่อมต่อเป็นระบบเดียวได้เลย ไม่ต้องกลับมาเปิดหน้างานซ้ำ
ผลงานงานรอยต่อและงานเฉพาะทางที่ผ่านมา
แต่ละงานระบุโจทย์หน้างาน ระบบที่เลือกใช้ และระยะเวลาทำงานจริง
คำถามที่พบบ่อยเรื่องรอยต่ออาคาร
ต่างจากวอเตอร์สต็อปอย่างไร
วอเตอร์สต็อปฝังอยู่ในเนื้อคอนกรีตตั้งแต่ตอนเท จึงต้องตัดสินใจก่อนสร้างและซ่อมไม่ได้เมื่อเสียหาย ส่วนระบบที่เราใช้เป็นระบบผิวหน้า ติดตั้งบนคอนกรีตที่แข็งตัวแล้ว จึงใช้กับอาคารเดิมได้ ตรวจสอบด้วยตาได้ และซ่อมหรือต่อเติมภายหลังได้ ในงานสร้างใหม่หลายโครงการจึงใช้ทั้งสองอย่างร่วมกันเพื่อความมั่นใจ
อาคารยังทรุดตัวอยู่ ทำตอนนี้เลยได้ไหม
ได้ ระบบออกแบบมาให้รับการเคลื่อนตัวอยู่แล้ว เราจะประเมินระยะขยับที่คาดว่าจะเกิดต่อไปแล้วเผื่อความกว้างของแถบไว้ให้ แต่ถ้าตรวจพบว่าการทรุดตัวรุนแรงจนกระทบความปลอดภัยของโครงสร้าง เช่น ประตูปิดไม่ได้หรือพื้นเอียงมาก เราจะแนะนำให้วิศวกรโครงสร้างประเมินก่อน เพราะการแก้เรื่องน้ำอย่างเดียวไม่ได้แก้ปัญหาโครงสร้าง
ชั้นใต้ดินน้ำซึมเข้ามาจากด้านนอก ทำจากด้านในได้ไหม
ตอบตรง ๆ คือระบบเรซินเสริมแผ่นใยรวมถึงระบบรอยต่อที่เราใช้ ออกแบบมาให้ติดตั้งบนด้านที่สัมผัสน้ำ ถ้าน้ำดันจากดินด้านนอกแต่เข้าถึงได้เฉพาะด้านใน นั่นเป็นการกันซึมด้านลบ ซึ่งต้องใช้วิธีหยุดน้ำและวัสดุด้านลบเฉพาะทาง ไม่ใช่งานที่เราจะเสนอระบบของเราให้ เราจะประเมินหน้างานและบอกชัดว่าแก้จากด้านไหนได้จริง และถ้าต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านการอัดฉีดหรือวัสดุด้านลบ เราจะแนะนำ
ต้องทุบเปิดร่องกว้างแค่ไหน
ขึ้นกับสภาพวัสดุอุดเดิมและระยะเคลื่อนตัวที่วัดได้ ถ้าวัสดุเดิมยังยึดแน่นและไม่ขวางการติดตั้ง เราสกัดออกเฉพาะส่วนที่เสียหาย แต่ถ้าเป็นปูนที่แตกร้าวตลอดแนว จำเป็นต้องสกัดออกทั้งหมดเพื่อให้แถบใหม่ยึดกับเนื้อคอนกรีตแข็งได้จริง
ส่วนต่อเติมของบ้านแยกตัว ต้องทุบทำใหม่ไหม
ส่วนใหญ่ไม่ต้อง ถ้าปัญหาคือน้ำรั่วและรอยแยกที่เกิดจากการทรุดตัวต่างระดับ การทำระบบกันซึมรอยต่อแก้เรื่องน้ำได้โดยไม่ต้องรื้อ แต่ถ้าการทรุดตัวมากจนโครงสร้างเสียหาย เช่น คานร้าวหรือเสาเอียง นั่นเป็นเรื่องของงานโครงสร้างที่ต้องแก้ก่อน เราจะบอกตรง ๆ ถ้าพบสภาพแบบนั้น
รับประกันอย่างไร
เราออกหนังสือรับประกันงานติดตั้งเป็นลายลักษณ์อักษรทุกงาน พร้อมหนังสือรับประกันวัสดุจากผู้จัดจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งจาก Triflex ระยะเวลาและขอบเขตกำหนดตามระบบและลักษณะงาน และระบุชัดในใบเสนอราคา สำหรับงานรอยต่อ เงื่อนไขจะระบุระยะเคลื่อนตัวที่ระบบรองรับไว้ด้วย เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกันว่าครอบคลุมถึงระดับไหน
ให้เราไปดูหน้างานก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ
ส่งภาพแนวรอยต่อ ภาพรอยแยก และภาพจุดที่น้ำเข้ามาทาง LINE ทีมงานจะเข้าตรวจประเมินประเภทของรอยต่อและระยะเคลื่อนตัว แล้วจัดทำข้อเสนอให้ภายใน {{จำนวนวัน}} วันทำการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย