Thai Civil InnovationCertified Applicator · Triflex Germany

หน้าแรก · ความรู้เรื่องการกันซึม · เขียนสเปกงานกันซึม

เขียนสเปกงานกันซึมอย่างไรไม่ให้ถูกเปลี่ยนวัสดุตอนประมูล

อ่านประมาณ 10 นาที · สำหรับสถาปนิก วิศวกร และผู้ควบคุมงาน

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่คำว่าหรือเทียบเท่า แต่อยู่ที่สเปกส่วนใหญ่ไม่ได้นิยามว่าเทียบเท่าแปลว่าอะไร บทความนี้เสนอวิธีเขียนด้วยค่าสมรรถนะที่ตรวจสอบได้ ซึ่งเปิดให้แข่งขันอย่างเป็นธรรมแต่กันของที่ไม่ถึงเกณฑ์ออกไปได้จริง

คำตอบสั้น

สเปกกันซึมถูกเปลี่ยนวัสดุตอนประมูลได้ เพราะเขียนด้วยชื่อยี่ห้อโดยไม่มีค่าสมรรถนะรองรับ วิธีป้องกันคือกำหนดค่าที่วัดได้ เช่น อายุการใช้งานตามเอกสารรับรอง การปิดรอยแตกแบบพลวัต และค่าหลังเร่งอายุ พร้อมนิยามคำว่าเทียบเท่าให้ชัด

และต้องกำหนดรายละเอียดการเก็บงานที่รอยต่อและจุดทะลุผ่านไว้ในแบบ รวมถึงระบุว่าพื้นที่ใดกลับเข้าไปซ่อมยากภายหลัง เพราะสองเรื่องนี้คือส่วนที่ตัดสินว่าอาคารจะรั่วหรือไม่ แต่มักถูกปล่อยให้ตกลงกันหน้างาน

ทำไมสเปกถึงถูกเปลี่ยนได้ง่าย

สเปกงานกันซึมจำนวนมากเขียนประมาณว่า ระบบกันซึมชนิดของเหลว ยี่ห้อ A หรือเทียบเท่า ความหนาไม่น้อยกว่า 2 มิลลิเมตร แล้วจบ ข้อความแบบนี้เปิดช่องให้เปลี่ยนได้เกือบทุกอย่าง เพราะสิ่งที่ระบุมีแค่ความหนา ซึ่งวัสดุราคาถูกก็ทำได้

ในขั้นตอนประมูล ผู้รับเหมาจะเสนอวัสดุที่ตรงตามตัวอักษรของสเปกแต่ต่างกันมากในสมรรถนะจริง เมื่อผู้ควบคุมงานจะปฏิเสธ ก็ไม่มีเกณฑ์ที่ชัดพอจะอ้าง เพราะสเปกไม่ได้เขียนไว้ว่าเทียบเท่าในมิติไหน

ปัญหาที่สองซึ่งพบพอกันคือขอบเขตงาน สเปกที่ระบุแค่ตัววัสดุแต่ไม่ระบุการเตรียมพื้นผิว งานดีเทล และการทดสอบ ทำให้ผู้เสนอราคาแต่ละรายตีความไม่เหมือนกัน ราคาที่ได้จึงเทียบกันไม่ได้ตั้งแต่ต้น และรายที่ตัดงานเตรียมพื้นผิวออกจะเสนอราคาต่ำสุดเสมอ

ข้อสังเกตที่ใช้ได้เสมอ ถ้าใบเสนอราคาสองใบต่างกันเกินสามสิบเปอร์เซ็นต์ ให้สงสัยเรื่องขอบเขตงานก่อนสงสัยเรื่องราคาวัสดุ

รายละเอียดการเก็บงานที่มักไม่อยู่ในแบบ

ก่อนจะไปเรื่องวิธีเขียนสเปก มีอีกช่องว่างหนึ่งที่ทำให้อาคารรั่วบ่อยกว่าเรื่องการเปลี่ยนวัสดุเสียอีก และแก้ได้ที่โต๊ะเขียนแบบเท่านั้น

รายละเอียดการเก็บงานที่รอยต่อและจุดที่มีของทะลุผ่าน คือส่วนที่ตัดสินว่าอาคารจะรั่วหรือไม่ เพราะน้ำเข้าที่จุดเหล่านี้เป็นหลัก ไม่ใช่ที่กลางพื้น แต่รายละเอียดส่วนนี้มักไม่ถูกกำหนดไว้ในแบบ เพราะถูกมองว่าเป็นวิธีทำงานของผู้รับเหมา

ผลที่ตามมาคือคุณภาพของงานส่วนนี้ขึ้นกับว่าผู้รับเหมาที่ได้งานมีความรู้เรื่องนี้มากแค่ไหน ซึ่งเป็นตัวแปรที่ผู้ออกแบบควบคุมไม่ได้ตอนประกวดราคา และเจ้าของอาคารตรวจสอบไม่ได้เลยเมื่องานถูกปิดทับไปแล้ว

การกำหนดรายละเอียดเหล่านี้ไว้ในแบบตั้งแต่ต้น ทำให้ผู้เสนอราคาทุกรายคิดราคาบนขอบเขตเดียวกัน ผู้ควบคุมงานตรวจรับได้ตามที่เขียนไว้ และเจ้าของอาคารไม่ต้องรับความเสี่ยงจากความรู้ที่ไม่เท่ากันของผู้รับเหมาแต่ละราย

สี่รายการที่ควรอยู่ในแบบ ไม่ใช่ปล่อยให้ตกลงกันหน้างาน

  • ความสูงขอบยกขึ้นผนังระบุเป็นตัวเลข พร้อมระบุกรณีที่ระดับพื้นไม่เอื้อ เช่น ที่ธรณีประตูหรือระเบียงที่ปูทับมาแล้วหลายชั้น
  • วิธีเก็บงานรอบสิ่งที่ทะลุพื้นหรือหลังคาทั้งท่อ ฐานเครื่อง พุกยึดราวกันตก และช่องแสง ระบุว่าให้ชั้นกันซึมต่อเนื่องขึ้นไปบนสิ่งที่ทะลุผ่านสูงเท่าใด
  • วิธีรับการเคลื่อนตัวที่รอยต่อโครงสร้างระบุระยะเคลื่อนตัวที่ระบบต้องรองรับ และแยกให้ชัดระหว่างรอยต่อการเทคอนกรีตกับรอยต่อเผื่อขยาย เพราะใช้รายละเอียดคนละแบบ
  • ความลาดเอียงและตำแหน่งจุดระบายน้ำระบุความลาดเอียงขั้นต่ำและจำนวนจุดระบาย เพราะน้ำขังเป็นตัวเร่งความเสียหายของทุกระบบ และเป็นสิ่งที่แก้ทีหลังแพงที่สุด

ข้อสังเกตจากหน้างาน งานที่รั่วซ้ำหลายรอบส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการเลือกวัสดุผิด แต่เกิดจากรายละเอียดสี่ข้อข้างต้นไม่เคยถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรก แล้วแต่ละรอบของการซ่อมก็แก้เฉพาะอาการที่เห็น

เขียนด้วยสมรรถนะ ไม่ใช่ชื่อยี่ห้อ

วิธีที่ได้ผลคือระบุสิ่งที่วัสดุต้องทำได้ พร้อมเอกสารที่ต้องใช้พิสูจน์ แทนการระบุว่าต้องเป็นยี่ห้ออะไร ข้อดีมีสามอย่าง

  • เปิดให้แข่งขันได้จริง จึงไม่ถูกครหาเรื่องล็อกสเปก ซึ่งสำคัญมากในงานราชการและงานที่มีคณะกรรมการ
  • มีเกณฑ์ที่ชัดพอจะปฏิเสธของที่ไม่ถึง เพราะเทียบกับตัวเลขได้ ไม่ใช่เทียบกับความรู้สึก
  • ผลักภาระการพิสูจน์ไปที่ผู้เสนอ ซึ่งเป็นฝ่ายที่ควรพิสูจน์อยู่แล้ว

สำหรับระบบกันซึมหลังคาชนิดของเหลว มาตรฐานยุโรปที่ใช้อ้างอิงได้คือ ETAG 005 และเอกสารที่มาแทนคือ EAD 030350-00-0402 ระบบที่ผ่านการประเมินจะมีใบ ETA ที่ระบุการจัดชั้นเป็นรหัส ซึ่งเป็นสิ่งที่นำมาเขียนลงสเปกได้โดยตรง

ค่าที่ควรระบุ และความหมายของแต่ละค่า

รหัสความหมายควรระบุเมื่อ
W1 / W2 / W3อายุการใช้งานที่ประเมินไว้ 5 / 10 / 25 ปีระบุ W3 เมื่อต้องการอายุยาวและใช้เทียบต้นทุนต่อปี
M หรือ Sเขตภูมิอากาศปานกลางหรือรุนแรงระบุ S สำหรับงานที่รับแดดจัดตลอดปี
S1 – S4ช่วงความชันหลังคาที่ใช้ได้ระบุ S1 เมื่อมีพื้นที่ความชันต่ำหรือไม่มีความชัน
P1 – P4ระดับการรับแรงกระแทกและแรงกดค้างระบุ P3 หรือ P4 เมื่อมีการเดินบำรุงรักษาหรือมีงานระบบวางอยู่
TL และ THช่วงอุณหภูมิผิวต่ำสุดและสูงสุดที่รองรับระบุ TH4 สำหรับหลังคาในไทยซึ่งผิวร้อนจัด

นอกจากรหัสเหล่านี้ ควรระบุค่าที่กระทบผลงานจริงเพิ่มอีกสามข้อ คือความหนาฟิล์มแห้งขั้นต่ำ ปริมาณวัสดุขั้นต่ำต่อตารางเมตร และการเสริมแผ่นใยเต็มพื้นที่พร้อมน้ำหนักต่อตารางเมตรของแผ่นใย

ข้อหลังสำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะระบบที่ทาโดยไม่เสริมแผ่นใยกับระบบที่เสริมแผ่นใยเต็มพื้นที่ ให้ผลต่างกันมากในเรื่องการปิดรอยแตกและความสม่ำเสมอของความหนา แต่ถ้าสเปกไม่ได้เขียนไว้ ทั้งสองแบบผ่านสเปกเท่ากัน

ตัวอย่างข้อความสเปกที่นำไปปรับใช้ได้

ปรับตัวเลขให้ตรงกับความต้องการของโครงการ ข้อความนี้เป็นโครงที่เขียนให้ตรวจสอบได้ ไม่ใช่ข้อความที่ล็อกยี่ห้อ

งานระบบกันซึมชนิดของเหลวเสริมแผ่นใย

1. ระบบต้องผ่านการประเมินตามมาตรฐาน ETAG 005 หรือ EAD 030350-00-0402 และมีใบ European Technical Assessment ที่ยังมีผลบังคับใช้ ผู้เสนอต้องแนบสำเนาใบ ETA ฉบับเต็มพร้อมข้อเสนอ

2. การจัดชั้นตามใบ ETA ต้องไม่ต่ำกว่า W3, S1 ถึง S4, P4, TH4 และครอบคลุมเขตภูมิอากาศ S

3. ความหนาฟิล์มแห้งเฉลี่ยไม่น้อยกว่า [ระบุ] มิลลิเมตร และปริมาณวัสดุไม่น้อยกว่า [ระบุ] กิโลกรัมต่อตารางเมตร ผู้รับจ้างต้องบันทึกปริมาณวัสดุที่ใช้จริงต่อพื้นที่และส่งมอบเป็นเอกสาร

4. ระบบต้องเสริมแผ่นใยสังเคราะห์เต็มพื้นที่ น้ำหนักไม่น้อยกว่า [ระบุ] กรัมต่อตารางเมตร โดยเรซินและแผ่นใยลงในขั้นตอนเดียวกัน

5. จุดดีเทลทั้งหมด ได้แก่ รอบท่อ ฐานอุปกรณ์ ขอบยกขึ้นผนัง และรอยต่อโครงสร้าง ต้องใช้วัสดุตระกูลเดียวกับพื้นที่หลัก และต้องดำเนินการก่อนงานพื้นที่หลัก

6. ผู้ติดตั้งต้องเป็นผู้ที่ได้รับการรับรองจากผู้ผลิตระบบ และต้องแนบหลักฐานการรับรองที่ยังมีผลบังคับใช้

7. การเตรียมพื้นผิวต้องเป็นไปตามคู่มือของผู้ผลิตระบบ และต้องทดสอบแรงยึดเกาะและความชื้นหน้างานก่อนลงระบบ พร้อมบันทึกค่าที่วัดได้ทุกจุด

8. แบบต้องแสดงรายละเอียดการเก็บงานที่รอยต่อและจุดที่มีของทะลุผ่านทุกประเภทที่ปรากฏในโครงการ พร้อมระบุความสูงขอบยกขึ้นผนัง และระยะเคลื่อนตัวที่ระบบต้องรองรับที่รอยต่อโครงสร้าง

9. ผู้ออกแบบต้องระบุในแบบว่าบริเวณใดจัดเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงเพื่อซ่อมบำรุงได้ยากภายหลังการก่อสร้าง ได้แก่ พื้นที่ที่ต้องใช้นั่งร้านหรือกระเช้าในการเข้าถึง พื้นที่ที่ต้องรื้อเครื่องจักรหรืองานระบบออกก่อน และพื้นที่ที่ถูกปิดทับด้วยโครงสร้างจนเข้าไปทำงานไม่ได้ สำหรับพื้นที่กลุ่มนี้ ระบบกันซึมต้องมีอายุการใช้งานที่ประเมินไว้ตามเอกสารรับรองไม่น้อยกว่า [ระบุจำนวนปี] ปี

10. ชั้นที่สัมผัสแสงแดดโดยตรงต้องไม่เสื่อมสภาพจากรังสียูวี สำหรับระบบที่ใช้ไอโซไซยาเนตเป็นองค์ประกอบ ชั้นบนสุดต้องเป็นชนิดอะลิฟาติก ผู้เสนอต้องระบุชนิดของชั้นบนสุดให้ชัดเจน

11. ผู้เสนอต้องแสดงคุณสมบัติที่เหลืออยู่ภายหลังการเร่งอายุ ไม่ใช่เฉพาะค่าตอนวัสดุใหม่ อย่างน้อยได้แก่ ความสามารถปิดรอยแตก และแรงยึดเกาะภายหลังการแช่น้ำหรือการเร่งอายุ

12. ความสามารถปิดรอยแตกต้องเป็นผลจากการทดสอบแบบพลวัต คือเปิดและปิดรอยแตกซ้ำเป็นรอบ ไม่รับผลจากการทดสอบแบบสถิตเพียงอย่างเดียว

13. เมื่องานแล้วเสร็จ ต้องทดสอบการกันน้ำตามวิธีที่ผู้ควบคุมงานกำหนด และส่งมอบเอกสารตามข้อ [อ้างถึงหมวดการส่งมอบ]

ข้อ 10 ถึง 12 เป็นสามข้อที่ปิดช่องโหว่ซึ่งพบบ่อยที่สุดในสเปกงานกันซึม ข้อ 10 กันการเสนอระบบที่ใช้ชั้นบนเป็นอะโรมาติกซึ่งเหลืองและเปราะเมื่อโดนแดด ข้อ 11 กันการเทียบด้วยค่าการยืดตัวตอนวัสดุยังใหม่ซึ่งลดลงมากตามอายุ และข้อ 12 กันการอ้างผลทดสอบแบบเปิดรอยแตกครั้งเดียว ทั้งที่รอยแตกจริงเปิดและปิดทุกวัน รายละเอียดของกลไกทั้งสามเรื่องอยู่ใน บทความเรื่องเคมีของวัสดุกันซึม

ข้อ 6 เป็นข้อที่มักถูกลืมและมีผลมากที่สุดกับผลงานจริง เพราะระบบของเหลวเป็นงานที่คุณภาพเกิดขึ้นที่หน้างาน ไม่ใช่ในโรงงาน วัสดุที่ผ่านมาตรฐานแต่ติดตั้งผิดวิธีให้ผลไม่ต่างจากวัสดุที่ไม่ผ่านมาตรฐาน

นิยามคำว่าเทียบเท่าให้ชัด

ถ้าโครงการต้องเปิดให้เสนอวัสดุเทียบเท่า ให้เขียนไว้ว่าจะพิจารณาอย่างไร มิฉะนั้นคำนี้จะกลายเป็นช่องทางเปลี่ยนของ ข้อความที่ใช้ได้มีโครงประมาณนี้

  • ต้องมีเอกสารรับรองระดับเดียวกันระบุว่าต้องเป็นใบรับรองจากหน่วยงานประเมินที่เทียบเคียงได้ ไม่ใช่ผลทดสอบที่ผู้ผลิตทำเอง
  • ต้องมีค่าการจัดชั้นไม่ต่ำกว่าที่ระบุทุกข้อไม่ใช่ผ่านบางข้อแล้วอ้างว่าเทียบเท่า ต้องครบทุกรหัสที่กำหนด
  • ต้องยื่นก่อนกำหนดเวลาที่ระบุกำหนดเป็นจำนวนวันก่อนวันยื่นข้อเสนอ เพื่อให้ผู้ออกแบบมีเวลาตรวจสอบจริง ไม่ใช่ยื่นวันสุดท้าย
  • ผู้ออกแบบเป็นผู้พิจารณาและคำวินิจฉัยถือเป็นที่สุดระบุให้ชัดว่าใครมีอำนาจตัดสิน เพื่อไม่ให้เกิดข้อโต้แย้งภายหลัง
  • ต้องมีผลงานอ้างอิงในเงื่อนไขใกล้เคียงระบุจำนวนโครงการและอายุงานขั้นต่ำที่ตรวจสอบย้อนกลับได้

ระบุขอบเขตงานที่มักถูกตัดออกเงียบ ๆ

ห้ารายการนี้คือสิ่งที่ทำให้ราคาต่างกันมาก และเป็นสิ่งที่ผู้เสนอราคาต่ำมักไม่ได้รวมไว้ ถ้าไม่เขียนให้ชัด คุณจะได้ราคาที่เทียบกันไม่ได้

  • การเตรียมพื้นผิว ระบุวิธีที่ยอมรับ เช่น การขัดเปิดหน้าด้วยเครื่อง และการทดสอบก่อนลงระบบ
  • การซ่อมพื้นผิวเดิม ระบุขอบเขตการซ่อมรอยแตก การรื้อส่วนที่ล่อน และการปรับระดับจุดน้ำขัง
  • งานดีเทล ระบุจำนวนจุดโดยประมาณและวิธีคิดราคาถ้าจำนวนจริงต่างจากที่ระบุ
  • การทดสอบก่อนส่งมอบ ระบุวิธี ระยะเวลา และผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทดสอบ
  • การคืนสภาพพื้นที่ ระบุว่ารวมงานรื้อและติดตั้งกลับของสิ่งที่กีดขวางหรือไม่

ข้อที่สามควรเขียนเป็นราคาต่อหน่วยไว้ล่วงหน้า เพราะจำนวนจุดดีเทลจริงมักต่างจากที่นับได้จากแบบ การมีราคาต่อหน่วยตกลงไว้ก่อนช่วยลดข้อพิพาทระหว่างก่อสร้างได้มาก

กำหนดการตรวจสอบและหลักฐานส่งมอบ

สเปกที่ดีต้องบอกด้วยว่าจะตรวจอย่างไร ไม่ใช่แค่บอกว่าต้องใช้อะไร สี่รายการนี้ควรกำหนดเป็นเงื่อนไขการส่งมอบ

  • บันทึกการเตรียมพื้นผิวค่าแรงยึดเกาะและค่าความชื้นที่วัดได้ พร้อมตำแหน่งจุดทดสอบอ้างอิงบนแปลน
  • บันทึกปริมาณวัสดุที่ใช้จริงเทียบกับพื้นที่ที่ทำได้ เพื่อยืนยันว่าความหนาเป็นไปตามสเปก ตัวเลขนี้ตรวจย้อนหลังได้และปลอมยาก
  • ภาพถ่ายจุดดีเทลก่อนปิดทับเพราะเมื่อปิดทับแล้วตรวจสอบไม่ได้อีก ควรกำหนดเป็นจุดหยุดตรวจก่อนดำเนินการต่อ
  • ผลการทดสอบการกันน้ำระบุวิธี ระยะเวลา และผู้อยู่ร่วมในการทดสอบ

การกำหนดจุดหยุดตรวจก่อนปิดงานดีเทลเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่งของผู้ควบคุมงาน เพราะเป็นจุดเดียวที่ยังตรวจได้ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกกลบ

ข้อควรระวังในการอ้างอิงมาตรฐาน

  • ตรวจสอบว่ามาตรฐานที่อ้างยังมีผลบังคับใช้ เช่น ETAG 005 ถูกแทนที่ด้วย EAD 030350-00-0402 แล้ว การอ้างเฉพาะฉบับเดิมอาจทำให้ตีความได้หลายทาง จึงควรระบุทั้งสองฉบับ
  • ตรวจสอบว่าใบรับรองที่ผู้เสนอแนบมายังไม่หมดอายุ และเป็นของผลิตภัณฑ์รุ่นที่เสนอจริง ไม่ใช่รุ่นใกล้เคียง
  • อย่าอ้างมาตรฐานที่ไม่ตรงกับประเภทงาน เช่น นำมาตรฐานงานหลังคามาใช้กับงานใต้ดินซึ่งมีเงื่อนไขแรงดันน้ำต่างกันโดยสิ้นเชิง
  • ระบุให้ชัดว่าอายุการใช้งานที่ประเมินตามมาตรฐาน ไม่ใช่ระยะเวลารับประกันของผู้รับจ้าง สองอย่างนี้ต้องเขียนแยกกันในสัญญา

สรุปสั้นที่สุด สเปกที่ป้องกันการเปลี่ยนวัสดุได้ ไม่ใช่สเปกที่เขียนชื่อยี่ห้อไว้แน่นที่สุด แต่คือสเปกที่ระบุค่าที่ตรวจสอบได้ พร้อมกำหนดว่าต้องพิสูจน์ด้วยเอกสารอะไร และจะตรวจสอบตอนไหน

ข้อความตัวอย่างในบทความนี้เป็นโครงร่างเพื่อนำไปปรับใช้ ไม่ใช่เอกสารสัญญาสำเร็จรูป ควรให้ผู้ออกแบบและฝ่ายกฎหมายของโครงการตรวจสอบก่อนนำไปใช้จริง เรายินดีให้ข้อมูลทางเทคนิคและเอกสารรับรองเพื่อประกอบการเขียนสเปก โดยไม่มีเงื่อนไขว่าต้องเลือกระบบของเรา

ต้องการข้อมูลทางเทคนิคเพื่อเขียนสเปก

เรามีใบ ETA ฉบับเต็ม เอกสาร BBA ใบ EPD แบบดีเทลมาตรฐานในรูปแบบ CAD และข้อความสเปกสำเร็จรูปให้นำไปปรับใช้ รวมถึงรับเข้าบรรยายให้ทีมออกแบบในหัวข้อการออกแบบดีเทลกันซึม

โทรเลย ทัก LINE