หน้าแรก · ปัญหาที่แก้ได้ · ชั้นใต้ดินและบ่อลิฟต์
ขุดเปิดด้านนอกไม่ได้ ก็ยังแก้จากด้านในได้
ชั้นใต้ดินรับแรงดันน้ำจากดินตลอดเวลาโดยไม่มีช่วงพัก และการขุดเปิดผนังด้านนอกมักเป็นไปไม่ได้เมื่ออาคารใช้งานอยู่ ระบบที่เราใช้รับแรงดันน้ำได้ทั้งด้านบวกและด้านลบ จึงติดตั้งจากภายในอาคารได้
สรุปสั้น ๆ สำหรับคนที่รีบ
งานใต้ดินต่างจากงานกันซึมอื่นทุกประเภทตรงที่แรงดันน้ำกระทำตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ได้มาเป็นครั้งคราวเหมือนฝน และเราส่วนใหญ่แก้ได้เฉพาะจากด้านใน ซึ่งเป็นด้านตรงข้ามกับทางที่น้ำมา เรียกว่าการกันซึมด้านลบ
วัสดุทั่วไปทำงานด้านลบไม่ได้ เพราะแรงดันน้ำจะดันฟิล์มให้หลุดออกจากผนัง นี่คือเหตุผลที่ทาซีเมนต์กันซึมหรือสีกันซึมด้านในแล้วพองล่อนภายในไม่กี่เดือน ระบบที่ใช้ได้ต้องออกแบบมาให้รับแรงดันจากด้านตรงข้ามโดยเฉพาะ
อาการที่พบในชั้นใต้ดินและบ่อลิฟต์
อาการกลุ่มแรกคือความชื้นที่สะสมช้า ๆ ซึ่งคนมักชินจนไม่รู้สึกว่าผิดปกติ กลุ่มที่สองคือน้ำที่เห็นชัดแล้วและมักมาพร้อมความเสียหายกับงานระบบ
- ผนังใต้ดินชื้นตลอดเวลา จับแล้วเย็นและหมาด
- มีคราบเกลือขาวเกาะเป็นผลึกบนผิวคอนกรีต
- สีทาผนังพองเป็นถุงและล่อนเป็นแผ่น
- กลิ่นอับ เชื้อรา และความชื้นในอากาศสูงผิดปกติ
- น้ำไหลซึมเป็นทางตามแนวรอยต่อคอนกรีต
- น้ำขังก้นบ่อลิฟต์ตลอดเวลา
- ปั๊มระบายน้ำทำงานถี่ขึ้นเรื่อย ๆ
- รางลิฟต์และงานเหล็กเริ่มเป็นสนิม
คราบเกลือขาวเป็นสัญญาณที่ตรงไปตรงมาที่สุด มันเกิดจากน้ำที่เดินทางผ่านเนื้อคอนกรีตแล้วพาแร่ธาตุออกมาตกผลึกที่ผิว ถ้าเห็นคราบนี้แปลว่ามีน้ำเคลื่อนผ่านโครงสร้างอยู่จริง ไม่ใช่แค่ความชื้นในอากาศควบแน่น
จุดที่ชั้นใต้ดินรั่วจริง
น้ำใต้ดินจะหาทางเข้าที่จุดอ่อนที่สุดเสมอ และในโครงสร้างใต้ดิน จุดอ่อนแทบทั้งหมดคือรอยต่อของการก่อสร้าง ไม่ใช่เนื้อคอนกรีตเอง
รอยต่อระหว่างพื้นกับผนัง
จุดที่หยุดเทคอนกรีตพื้นแล้วเทผนังต่อภายหลัง เป็นแนวที่รั่วมากที่สุดในงานใต้ดิน เพราะยาวรอบอาคารและอยู่ตรงระดับที่แรงดันน้ำสูง
รูเหล็กยึดแบบหล่อ
รูที่เหลือจากเหล็กยึดแบบซึ่งทะลุผนังจากด้านหนึ่งไปอีกด้าน ถ้าอุดกลับด้วยปูนธรรมดาโดยไม่มีระบบกันน้ำ ทุกรูจะกลายเป็นทางน้ำเข้าที่กระจายทั่วผนัง
ท่อและงานระบบที่ลอดผนัง
ท่อน้ำ ท่อไฟ และท่อระบายที่เจาะทะลุผนังใต้ดิน ผิวสัมผัสระหว่างท่อกับคอนกรีตเป็นช่องที่ปิดยาก และมักเป็นจุดที่น้ำไหลแรงที่สุด
บ่อลิฟต์ซึ่งเป็นจุดต่ำสุด
บ่อลิฟต์อยู่ต่ำกว่าพื้นชั้นใต้ดินลงไปอีก จึงรับแรงดันน้ำสูงที่สุดในอาคาร และเป็นที่ที่น้ำจากทุกทางไหลมารวมกัน
รอยแตกจากการทรุดตัว
โครงสร้างใต้ดินบนดินอ่อนมีการเคลื่อนตัว เมื่อเกิดรอยแตกแม้เพียงเส้นเล็ก แรงดันน้ำที่กระทำตลอดเวลาจะดันน้ำผ่านเข้ามาได้ทันที
วอเตอร์สต็อปเดิมเสียหาย
วอเตอร์สต็อปที่ฝังในคอนกรีตอาจเลื่อนตำแหน่งหรือฉีกขาดระหว่างเทคอนกรีต โดยไม่มีใครรู้จนกว่าน้ำจะรั่ว และตัวมันเองซ่อมไม่ได้อีกแล้ว
images/underground-leak-points.jpg
ทำไมวิธีที่เคยลองมาถึงไม่ได้ผล
เกือบทุกวิธีล้มเหลวด้วยเหตุผลเดียวกัน คือใช้วัสดุที่ออกแบบมาสำหรับด้านที่น้ำมา แต่ไปติดตั้งที่ด้านตรงข้าม
| วิธีที่นิยมทำกัน | อยู่ได้ประมาณ | ทำไมถึงไม่หาย |
|---|---|---|
| ทาสีกันซึมหรือซีเมนต์กันซึมด้านใน | ไม่กี่เดือน | แรงดันน้ำจากด้านนอกดันฟิล์มให้พองและล่อนออก เพราะวัสดุไม่ได้ออกแบบมารับแรงดันด้านลบ |
| อุดปูนไม่หดตัวตามรอยต่อ | ไม่กี่เดือนถึง 1 ปี | วัสดุแข็งรับการเคลื่อนตัวของโครงสร้างไม่ได้ และแตกที่ขอบสัมผัสเมื่ออาคารขยับ |
| ติดตั้งปั๊มระบายน้ำเพิ่ม | ตราบที่ปั๊มยังทำงาน | เป็นการจัดการอาการ ไม่ได้หยุดน้ำ ค่าไฟและค่าบำรุงรักษาเดินต่อไปเรื่อย ๆ และถ้าปั๊มเสียตอนฝนตกหนักจะท่วมทันที |
| อัดฉีดโฟมโพลียูรีเทน | ขึ้นกับกรณี | หยุดน้ำที่ไหลแรงได้ชั่วคราวและมีประโยชน์ในขั้นตอนแรก แต่ไม่ใช่ระบบกันซึมถาวรของรอยต่อ |
| ทาสีทับผนังที่มีคราบ | ไม่แก้ปัญหา | ปิดคราบให้ดูดีขึ้นชั่วคราว ระหว่างนั้นความชื้นยังลุกลามและทำให้เหล็กเสริมเป็นสนิมต่อไป |
หลักการที่ต้องเข้าใจคือ กันซึมทำงานได้ดีที่สุดเมื่ออยู่ด้านเดียวกับที่น้ำมา เพราะแรงดันจะกดฟิล์มให้แนบกับพื้นผิว การทำจากด้านในจึงต้องใช้ระบบที่ออกแบบมาสำหรับแรงดันด้านลบโดยเฉพาะ ไม่ใช่วัสดุกันซึมทั่วไปที่นำมาใช้ผิดด้าน
วิธีที่เราแก้งานใต้ดิน
ลำดับสำคัญมากในงานประเภทนี้ ถ้ายังมีน้ำไหลอยู่ ต้องหยุดน้ำให้ได้ก่อน แล้วจึงทำระบบกันซึมถาวร การข้ามขั้นนี้คือสาเหตุที่งานใต้ดินหลายงานล้มเหลวตั้งแต่วันแรก
สำรวจและระบุประเภทของการรั่ว
แยกให้ชัดระหว่างความชื้นซึมผ่านเนื้อคอนกรีต การรั่วตามแนวรอยต่อ และการรั่วที่จุดท่อลอด แต่ละแบบใช้วิธีแก้ต่างกัน พร้อมประเมินระดับน้ำใต้ดินและปริมาณน้ำที่เข้ามา
หยุดน้ำที่ไหลอยู่ก่อน
จุดที่มีน้ำไหลแรงต้องอุดด้วยวัสดุที่แข็งตัวเร็วเพื่อหยุดน้ำชั่วคราวก่อน เพราะไม่มีระบบกันซึมใดที่ติดตั้งบนผิวที่มีน้ำไหลผ่านได้ ขั้นตอนนี้เป็นงานเตรียม ไม่ใช่ทางแก้ถาวร
เตรียมผิวและตรวจความชื้น
ขัดเปิดหน้าคอนกรีตจนถึงเนื้อแข็ง ขจัดคราบเกลือและสีเดิมที่ล่อน แล้ววัดความชื้นและแรงยึดเกาะ ผลที่วัดได้เป็นตัวกำหนดว่าจะใช้ระบบใด
ทำรอยต่อและจุดวิกฤตก่อน
ใช้ Triflex JWS กับแนวรอยต่อพื้นกับผนังและรอยต่อโครงสร้างทั้งหมด และใช้ Triflex ProDetail ห่อหุ้มจุดท่อลอด รูเหล็กยึดแบบ และมุมอับ ให้ต่อเนื่องเป็นเนื้อเดียวกัน
ปิดผิวและตรวจสอบก่อนส่งมอบ
ลงระบบเสริมแผ่นใยในบริเวณที่จำเป็น เชื่อมต่อกับงานรอยต่อ แล้วเฝ้าสังเกตตามระยะเวลาที่ตกลง เพราะงานใต้ดินต้องดูผลในช่วงที่ระดับน้ำใต้ดินสูง จึงจะยืนยันได้จริง
| สถานการณ์หน้างาน | ระบบที่เราเลือกใช้ | เหตุผล |
|---|---|---|
| รอยต่อพื้นกับผนังใต้ดิน | Triflex JWS | ออกแบบมาสำหรับรอยต่อคอนกรีตกักน้ำ รับแรงดันน้ำได้ทั้งด้านบวกและด้านลบ |
| จุดท่อลอดผนังและรูเหล็กยึดแบบ | Triflex ProDetail | ห่อหุ้มรูปทรงซับซ้อนได้ไร้รอยต่อ ทำงานในมุมอับและพื้นที่แคบได้ |
| บ่อลิฟต์ | JWS + ProDetail | รับแรงดันสูงที่สุดในอาคาร และต้องเก็บมุมกับจุดท่อในพื้นที่จำกัด |
| พื้นผิวยังชื้นและทำให้แห้งไม่ได้ | Triflex SmartTec | ลงบนพื้นผิวปูนซีเมนต์ที่ชื้นได้โดยไม่ต้องลงไพรเมอร์ และฟิล์มยอมให้ไอน้ำระบายออกได้ |
| พื้นที่อับอากาศ ระบายอากาศจำกัด | Triflex SmartTec | กลิ่นต่ำมาก ปราศจากตัวทำละลายและไอโซไซยาเนต ได้ฉลาก EMICODE EC1PLUS |
งานใต้ดินเป็นงานที่คุณสมบัติสองข้อของระบบเรามาบรรจบกันพอดี คือรับแรงดันด้านลบได้ และมีทางเลือกที่ลงบนผิวชื้นและกลิ่นต่ำสำหรับพื้นที่อับอากาศ
ราคาขึ้นกับอะไรบ้าง
งานใต้ดินมีตัวแปรที่งานอื่นไม่มี คือปริมาณน้ำที่ไหลเข้ามาขณะทำงาน และข้อจำกัดเรื่องการเข้าถึงกับการระบายอากาศ
สิ่งที่ทำให้ราคาสูงขึ้น
- มีน้ำไหลแรง ต้องหยุดน้ำก่อนหลายจุด
- แนวรอยต่อยาวรอบอาคาร
- รูเหล็กยึดแบบและจุดท่อลอดจำนวนมาก
- พื้นที่อับอากาศ ต้องใช้ระบบระบายอากาศเพิ่ม
- ต้องทำในบ่อลิฟต์ที่พื้นที่แคบและต้องหยุดลิฟต์
- ต้องรื้อผิวตกแต่งและงานระบบออกก่อน
สิ่งที่ทำให้ราคาถูกลง
- เป็นความชื้นซึมผ่าน ไม่ใช่น้ำไหล
- จุดรั่วชัดเจน จำกัดขอบเขตได้
- ผนังเปลือย ไม่มีผิวตกแต่งต้องรื้อ
- เข้าถึงสะดวก ทำงานได้ต่อเนื่อง
- ทำในช่วงก่อสร้างก่อนปิดผิวตกแต่ง
งานใต้ดินเป็นงานที่ยิ่งปล่อยไว้ยิ่งแพง เพราะความชื้นที่สะสมจะทำให้เหล็กเสริมเป็นสนิมและขยายตัวจนดันคอนกรีตแตก เมื่อถึงจุดนั้นจะกลายเป็นงานซ่อมโครงสร้างซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงกว่างานกันซึมหลายเท่า
ผลงานงานเฉพาะทางที่ผ่านมา
แต่ละงานระบุโจทย์หน้างาน ระบบที่เลือกใช้ และระยะเวลาทำงานจริง
คำถามที่พบบ่อยเรื่องงานใต้ดิน
ทำจากด้านในได้จริงหรือ ไม่ต้องขุดเปิดด้านนอก
ได้ ระบบที่เราใช้รับแรงดันน้ำได้ทั้งด้านบวกคือด้านที่น้ำมา และด้านลบคือด้านตรงข้าม จึงติดตั้งจากภายในอาคารได้ ซึ่งมักเป็นทางเลือกเดียวที่ทำได้จริงเมื่ออาคารใช้งานอยู่แล้ว การขุดเปิดผนังด้านนอกของอาคารที่สร้างเสร็จแล้วมีต้นทุนสูงมากและกระทบโครงสร้างข้างเคียง
ตอนนี้น้ำยังไหลอยู่ ทำได้เลยไหม
ต้องหยุดน้ำก่อน จุดที่มีน้ำไหลแรงเราจะอุดด้วยวัสดุที่แข็งตัวเร็วเพื่อหยุดน้ำชั่วคราว แล้วจึงทำระบบกันซึมถาวรทับ ขั้นตอนหยุดน้ำเป็นงานเตรียมพื้นผิว ไม่ใช่ทางแก้ในตัวเอง ผู้รับเหมาที่อุดหยุดน้ำแล้วจบงานตรงนั้นคือสาเหตุที่คุณจะเจอน้ำกลับมาในฤดูฝนถัดไป
บ่อลิฟต์มีน้ำขังตลอด แก้อย่างไร
บ่อลิฟต์เป็นจุดต่ำสุดของอาคารจึงรับแรงดันสูงที่สุด และเป็นที่รวมของน้ำจากทุกทาง เราจะทำระบบกันซึมที่รอยต่อพื้นกับผนังและจุดท่อทั้งหมดจากด้านใน งานนี้ต้องประสานกับผู้ดูแลลิฟต์เรื่องการหยุดใช้งานชั่วคราวและความปลอดภัยในการเข้าทำงาน
ต้องปิดชั้นจอดรถทั้งชั้นไหม
ไม่ต้อง เราทำงานเป็นโซนและปิดเฉพาะบริเวณที่ทำ ส่วนเรื่องกลิ่นและการระบายอากาศซึ่งเป็นข้อกังวลหลักของพื้นที่ใต้ดิน เราเลือกใช้ SmartTec ที่กลิ่นต่ำมากและปราศจากตัวทำละลาย จึงลดผลกระทบกับผู้ใช้อาคารได้มาก
ทำแล้วรับประกันได้แค่ไหน
งานใต้ดินเป็นงานที่เราจะระบุขอบเขตการรับประกันให้ละเอียดกว่างานประเภทอื่น เพราะผลลัพธ์ขึ้นกับปัจจัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุม เช่น ระดับน้ำใต้ดินที่เปลี่ยนตามฤดูกาล และการทรุดตัวของอาคารที่ยังดำเนินอยู่ เราจะเขียนให้ชัดว่าครอบคลุมอะไรและไม่ครอบคลุมอะไร และระยะเวลารับประกันจะกำหนดตามผลการตรวจหน้างาน ระบุชัดในใบเสนอราคา
ปั๊มระบายน้ำที่มีอยู่ยังต้องใช้อยู่ไหม
ควรเก็บไว้ ระบบกันซึมจะลดปริมาณน้ำที่เข้ามาลงอย่างมาก แต่ปั๊มยังมีประโยชน์ในการรองรับกรณีฝนตกหนักผิดปกติหรือน้ำจากแหล่งอื่น เช่น ท่อประปาแตก การมีทั้งสองอย่างคือการป้องกันสองชั้น ต่างจากการพึ่งปั๊มอย่างเดียวซึ่งเสี่ยงมากถ้าปั๊มเสียในจังหวะที่ผิด
ให้เราไปตรวจหาต้นเหตุก่อน แล้วค่อยตัดสินใจ
ส่งภาพผนังที่มีคราบ ภาพจุดที่น้ำเข้า และภาพบ่อลิฟต์มาทาง LINE ทีมงานจะเข้าตรวจประเมินประเภทของการรั่วและระดับน้ำใต้ดิน แล้วจัดทำข้อเสนอให้ภายใน {{จำนวนวัน}} วันทำการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย